เคยรู้สึกถึงสีดำมั้ยคับ
ความรู้สึกของสีดำขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

สีดำของผม มาจากความรู้สึกที่โดดเดียว มาจากการที่มีคนมาเวทนา มองดูแล้วรู้สึกถึงสีดำ

ผมอธิบายได้ว่า สีดำ มาจาก สีชมพู

ตอนที่ผมยังมีสีชมพู ตอนนั้นมันมีความสุข มาก
เคย รู้สึกถึงสีชมพูมั้ยคับ
มันเกิดขึ้นเมื่อตอนที่เรายิ้ม กับความสุขใหม่ๆ
เวลาที่เรามีคนพูดคุยด้วย ถึงแม้จะไม่ได้เจอหน้ากัน แต่เราก็ยังคงยิ้มให้กับหน้าจอคอมพิวเตอร์
กดแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็ว ไม่ได้ใช้สมองในการคิดคำพูด
แต่เราใช้หัวใจในการคิด

แล้วจู่ๆ มันก็เริ่มเปลี่ยนแปลง จากสีชมพู มันกลายเป็นสีที่เข้มขึ้น เข้มขึ้น

และแล้วห้องของผมก็ถูก ปิดไฟ

ผมอยากได้สีชมพูคืนมา
แต่ยิ่งทำยิ่งเหมือนคนบ้า กลายเป็นทำให้คนอื่นมาเวทนา
ดูแล้วมันน่าสงสารจิงๆ

ไม่ว่าผมจะพยายามเปิดไฟกี่ครั้ง แต่ก็หาสวิตซ์ไฟไม่เจอ
เลยต้องเออออ ทำตัวสีดำ อย่างนั้น
จะบอกใครให้เค้ารู้ไม่ได้เลย ว่าเรากำลัง คิด พูด ถึงใคร เจาะจงไม่ได้
ต้องคอยทำตัวให้ดูปกติ ไม่มีปัญหา


มันเลวร้ายเหลือเกิน ห้องสีดำๆนี้ ออกก็ไม่ได้ เปิดไฟก็ไม่ได้ ทุกอย่างมันมืดไปหมด

อยากจะออกจากห้องนี้ ทำยังไงดี
ออกยังไงละ

ออกไม่ได้

จนผมจะบ้าาตายอยู่แล้ว

นั่งรอ ให้ถึงตอนเช้า

แล้วหวังว่าจะมีคนผ่านมาเปิดประตูที่ห้องของผม

 

เคยเล่น ฮิห้า (hi5) มั้ยคับ
ถ้าเคยเล่นคงจารู้จัก การคอมเม้นต์ ใช่มั้ยละ

เรื่องมันมีอยู่ว่าวันนี้ผมมาเช็ค Hi5 แล้วก็บังเอิญพบกับคำอนาถใจ ของคนสวย(คิดซะว่าเป็นคนที่สนิทกันนะ) เธอบอกว่าจะไม่คุยกับผมอีกแล้ว (อ่า ไหงงั้น ทำไม่รับผิดชอบเลย)แล้วยังทิ้งท้ายว่า "ขอโทดนะ"

พออ่านจบ ผมก็เม้นตอบทันที "เฮ้ ไม่ต้อง ขอโทดหรอก เข้าใจ" (ทำตัวให้เป็นสุภาพบุรุษคับ)
แต่น้ำตานี่นองมาเต็มเลย

จากนั้นผมก็เลยไปกินข้าว
กินไม่ลงแฮะ กิน ไม่ หมดด้วย เง้อ ทำไงอ่ะ

ก็เ้ลยลงมาเปิดเอ็มดูว่าเธอจะ บล้อค เมล์ผมมั้ย (ก็บอกว่าจะไม่คุย)
นั่น ผมรู้วิธีละ ผมจะขอให้เพื่อนดูให้ที ว่า คนสวยหนะ ออนอยู่มั้ย (มันเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมาก)

"เห้ย .ตรู้ด.(นามสมมติ) มีคัยออนมั่งว่ะตอนนี้"ผมถามแบบรวดเร็ว รีบร้อน
"เมิง ก็ดูเอาเองดิ ขี้เกียจไง" (อ่าวเห้ย กูถามให้มึงตอบ ยังจามาย้อนอีก)
"ไม่ๆ กูอยากรู้ว่ามีคัยบล้อคกูป่าว"ผมตอบแบบใจสั่น
"ก็ได้ ตอนนี้ ก็มี ...."(มันหายไปพักนึง)
"ไอ้ ตรู้ด2 ตรู้ด3 ตรู้ด4 คนสวย แล้ว ก็ ไอ้ตรู้ด5"(เห้ย ไม่มีคนสวยออน แล้ว ไอ้ตรู้ด3อีกคนก็ไม่มี)
ทันใดนั้น คนสวยก็ออนพอดิบพอดีใน User ของผม
"ไง พีพี ทานข้าวเสดแล้วหรอ"คนสวยทักผม

หึ ผมไม่ตอบอ่ะ ใจ ร้ายไหนว่าไม่คุยกันแล้วไง

"แฮ้ปปี้ เอพริล ฟูลเดย์ เว้ยไอ้พี"ไอ้ตรู้ดตอบมา(งง อะไรของมัน มึนป่าวเนี่ย)
"กูหลอกมึงไง ที่กูพูดไปอ่า โม้ทั้งนั้นเลย"(หาาา ที่ว่าออนๆมะกี้ นี่มึงโกหกกูหรอ)

ผมเลยลองกลับไปคุยกะคนสวยดู

"อืม ทานเสดแล้ว"ผมพูดกับคนสวย
"หรอ งั้นเริ่มทำอย่างที่บอกได้รึยัง"(อ่าวกำ จะไม่คุยกะกูแล้วทำไมไม่บล้อคกูไปเลยวะ)
"งั้นทำไม ไม่เริ่มเองเลยละ บล้อคดิ กดเป็นป่าว คลิกขวา บล้อค userอ่ะ"ผมตอบด้วยอาการฉุนกึ๊ก ตาแดง น้ำตาท่วมบ่อเลย
"Happy April's fool จ้า"(เอาอีกละอารายเนี่ย)

จากนั้นพอได้ทบทวน คำว่า fool ก็เลยรู้ว่า มันเป็นวันแห่งการโกหกนี่เอง
เห้ยแต่ทำไมเล่นแรงจังอ่ะ

"ตลกดิ"ผมตอบแบบเคืองๆเลย
"เครียดนะเนี่ย ดูด้วย เล่นแรงอ่ะ"(แรงจิงๆนะ)
"เค้า ล้อ เล่นนะ"(เห้อ ดีที่ล้อเล่น)
"แต่ นี่ เครียดนะ เจ็บมากอ่ะ"วางฟอร์มต่อ
"นี่ วันนี้เค้าห้ามโกด"คนสวยมีข้ออ้างแฮะ
"งั้น ก็ได้ ไม่โกด"(แล้วกูจาไปหลอกคัยต่อดีว่ะ)

นี่เซงมาเนี่ย หาคนหลอกต่อไม่ได้เลย
แต่มันเป็นวันที่จะไม่มีทางลืมไปตลอดชีวิตเลย จำไว้ คนสวย เล่นแรง เด๋วรู้สึก

อย่าลืมนะคับ อยากได้ไอดอลคนไหน หรือจะเป็นตัวการ์ตูนก็ได้ ทิ้งคอมเม้นต์ไว้นะ
แล้วผมจะหาให้

 สุดท้ายจิงๆคับ   
ฝากไฮไฟว์ผมด้วยนะ 555+

กดเลยๆ

 

My First IdoL : Avril Lavigne

posted on 31 Mar 2008 05:40 by oi2egonblog  in Singers

ชื่อ : อาวริล ราโมน่า ลาวีญ วิบลีย์
Avril Ramona Lavigne Whibley หรือ Avril Lavigne

เกิด : 17 กันยายน 1984

เกิดที่ : เบลเลอวิลล์ ออนตาริโอ ประเทศ แคนาดา

อาชีพ : นักร้อง นักแสดง นักแต่งเพลง นางแบบ

สังกัด : Sony BMG Arista และ RCA

ผลงานการแสดง

2007The flock
2006Over the hedge(พากย์เสียง)
2006Fast food nation
2004Going the Distance

Avril Lavigne อ่านว่า อาวริล ลาวีญ เนื่องจากพ่อของเธอมีเชื่อสายฝรั่งเศส ทำให้ต้องออกเสียงแบบฝรั่งเศส คำว่า Avril ในภาษาฝรั่งเศสแปลว่า เดือนเมษายน แต่เธอเกิดเดือนกันยายน

ในระยะวัยรุ่นของเธอ อาวริลได้เขียนเพลงและเล่นกีตาร์ และได้ร่วมร้องเพลงในคณะนักร้องในโบสถ์ งานเทศกาล และงานรื่นเริงประจำปีต่างๆ ของเมืองจนกระทั่งเมื่อ “ อองโตนิโอ แอล. เอ. รีด” ( Antonio "L.A." Reid )ได้ยินเสียงของอาวริล รีดได้เสนอข้อตกลงให้เธอทำเพลง และเมื่ออาวริลอายุ 16 ปี เธอจึงได้เซ็นสัญญา

ปี 2002 “ Avril Lavigne” แจ้งเกิดในวงการดนตรีกับอัลบั้มแรก Let Go ทำยอดขายได้มากกว่า 16 ล้านก๊อปปี้ ในอัลบั้มชุดนี้มีเพลงฮิตติดชาร์ทอย่าง "Complicated" ,"Sk8er Boi" และ "I'm With You" อัลบั้มชุดนี้ได้ร่วมงานกับ “ คลิฟ แมกเนซ” ( Clif Magness) ซึ่งเป็นโปรดิวเซอร์ของ “ ซีลีน ดีออน” ( Celine Dion) “วิลสัน ฟิลลิปส์” ( Wilson Phillips) และ “ ซีนา อีสตัน” ( Sheena Easton) อีกทั้งเธอยังได้รับรางวัลทางดนตรีมากมาย เช่น เอ็มทีวี วิดีโอ มิวสิค อวอร์ดส (MTV Video Music Awards) จูโน อวอร์ดส(Juno Awards) เวิร์ล มิวสิค อวอร์ดส์ (World Music Awards) เรดิโอ มิวสิค อวอร์ดส (Radio Music Awards) นอกจากนี้ เธอยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกนมมี่(Grammys) ถึง 8 รางวัล

สำหรับอัลบั้มที่สอง “ Under My Skin” ในปี 2004 ก็สามารถคว้าอันดับ 1 จากอเมริกา แคนาดา และสหราชอาณาจักรมา ได้และยังประสบความสำเร็จกับ ยอดขายสูงถึง 3 แผ่นเสียงทองคำขาวในอเมริกา (“ Tripple Platinum” ) อัลบั้มชุดนี้ได้ทำงานกับโปรดิวเซอร์หลายท่าน เช่น บูต์ช วอลเคอร (Butch Walker) โปรดิวเซอร์ของเดอะ มาร์วีลัส ทรี (the Marvelous 3) เรน เมดา (Raine Maida) โปรดิวเซอร์ของอาวเวอร์ เลดี้ พีซ (Our Lady Peace) และดอน กิวมอร์ (Don Gilmore) โปรดิวเซอร์ของลินคิน พาร์ค (Linkin Park) และเพิร์ล แจม (Pearl Jam)

เธอเคยขึ้นปกนิตยสารมากมายหลายฉบับ (ไม่ว่าจะเป็นเซเว่นทีน,คอสโมโพลิแทน,แม็กซิม) และในนิตยสาร Canadian Business (2006) เธอขึ้นถึงอันดับ 7 ของชาวแคนนาดาที่มีอิทธิพลในฮอลลีวูด (powerful Canadians in Hollywood) เพลงของเธอจัดจำหน่ายไปแล้วมากกว่า 32 ล้านอัลบัมทั่วโลก ต่อมาเดือนกรกฎาคม 2006 เธอได้แต่งงานกับ "เดอริก วิบลีย์" แฟนหนุ่มนักร้องนำวง Sum 41 ในที่ดินส่วนตัวแถบมอนเทซิโต, แคลิฟอร์เนีย

อาวริล ยังได้พากย์เสียงในการ์ตูนเรื่อง Over the Hedge ในบท Heather และในปี 2007 เธอกลับมาพร้อมกับอัลบั้มใหม่ล่าสุด “The Best Damn Thing” ซึ่งเป็นผลงานลำดับที่สามของเธอ โดยอัลบั้มใหม่นี้ เธอได้เปลี่ยนรูปแบบการร้องและแนวเพลงไปค่อนข้างมาก เธอกล่าวถึงแนวเพลงในอัลบั้มนี้ว่า "เร็ว สนุกสนาน วัยรุ่น ก้าวร้าว มีความเชื่อมั่นสูง แนวดีๆ" เพลง “ Girlfriend” เป็นเพลงที่อาวริลแต่งร่วมกับ Dr.Luke(โปรดิวเซอร์เดียวกับ Kelly Clarkson) และได้ถูกเลือกให้เป็นซิงเกิ้ลแรกจากอัลบั้ม “The Best Damn Thing” นอกจากนั้น เธอยังได้ร้องเพลง "Keep Holding On" ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Eragon(2006)

เพลง “ Girlfriend” สามารถขึ้นอันดับ 1 ในอเมริกา ซึ่งถือว่าเป็นเพลงอันดับ 1 เพลงแรกของเธอในอเมริกา ส่วนในอังกฤษเพลงนี้ขึ้นสูงสุดอันดับที่ 2

ล่าสุดเธอสร้างความดังอีกครั้งกับการถ่ายภาพลงหน้าปกนิตยสาร Blender ซึ่งในรูปเธอเหมือนเปลือยท่อนบน แต่เธอบอกว่า "ฉันไม่ได้เปลือยซะหน่อย ฉันใช้บอดี้สูธคาดเอาไว้ที่หน้าอก แล้วพวกเขาก็ยังใช้แทกแปะทับอีกนะ!"

งานเพลง อัลบั้มเพลง

  • 2002 Let go
  • 2004 Under my skin
  • 2007The best damn thing

ตัวอย่าง ภาพถ่ายแบบ